My Boyfriend จับนายหน้าหล่อมาขอเป็นแฟน ตอนที่ 3

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

My Boyfriend จับนายหน้าหล่อมาขอเป็นแฟน ตอนที่ 3

ตั้งหัวข้อ  applepie on Thu Apr 29 2010, 19:29

3
งานเลี้ยงสีดำบนเรือสำราญสุดหรู

เอาหล่ะ ตอนนี่พวกเราก็สวยพร้อมที่จะไปงานแล้วหลังจากที่แต่งตัวนานนับชั่วโมง ไม่อยากบรรยายเลยก็หลายคนอิจฉาความสวยของพวกเรา แต่ก็อยากบรรยายอ่ะนะ -.,-(มันจะเอายังไงกันแน่)
เริ่มจากฉันก่อน อ่าโฮะๆ แบบว่าเรียงลำดับจากความสวยอ่ะนะ (ช่างกล้า) ในตอนนี้ฉันอยู่ในชุดกระโปรงยามเกาะอกสีดำ ผมตรงยาวสลวยที่เคยมัดก็ปล่อยแนบหลัง ส่วนใบหน้าตอนนี้ก็ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางมากมายหลายชนิด ส่วนยัยโรสและยัยมายล์ก็แต่งเกาะอกสีดำเหมือนกัน แต่ของยัยโรสจะเซ็กซี่มากเพราะมันคว้านหลังลงไปด้วย แถมชายกระโปรงก็สั้นถึงเข่า ต่างกับฉันและยัยมายล์มากที่ชายกระโปรงยาวเกือบจึงตาตุ่ม ยัยโรสนั้นจัดำด้ว่าเป็นผู้หญิงที่น่าตาน่ารักอยู่แล้ว ยิ่งแต่งหน้าอย่างนี้มันยิ่งทำให้หล่อนเหมือนตุ๊กตาบลายด์ไม่มีผิด ยัยมายล์ก็เหมือนกันหล่อนเป็นคนที่มีหน้าตาเปรี้ยวและร่างเพรียวเหมือนนางแบบอยู่แล้ว ยิ่งแต่งแบบนี้มันยิ่งทำให้หล่อนดูฮอตโครตๆๆ
“พี่ค่ะ ไปท่าเรือค่ะ” พวกเราสามคนโบกแท็กซี่และขึ้นไปนั่งอยู่บนรถ ก่อนที่ฉันจะหยิบใบปลิวที่พวกนั้นให้มา
“อะกันเนี่ย มีแต่ชื่อเรือ รายละเอียดต่างๆ กลับไม่มีเลย” ยัยโรสบ่นอุบ
“แล้วพวกเราจะขึ้นเรือลำนั้นได้ยังไงอ่ะ บัตรเชิญก็ไม่มี” เช่นเดียวกับยัยมายล์ที่ตัดพ้อ
เรือชื่อนี้มัน! ฉันผู้ซึ่งฉลาดมากที่สุดในกลุ่มกำลังใช้ความคิด
เปาะ และในที่สุดฉันก็คิดออก
ฟึ่บ ฉันล้วงมือถืออกมาจากกระเป๋าประโปรงพลางกดเบอร์ใครคนหนึ่งลงไป โดยมียัยโรสกับยัยมายล์เฝ้ามองอยู่พร้อมกับเครื่องหมายคำภาม
ตืด ตืด (ฮัลโหล วัชชิระ ครับ) ไม่นานนักก็มีคนรับสาย เสียงที่รับสายเป็นเสียงของชายวัยกลางคนซึ่งเขาเป็น เป็น… พ่อฉันเอง _ _^
“พ่อค่ะนีน่าเองนะค่ะ เรือในเครือตระกูลของเรามีเรือชื่อ ออเคสต้า ไหมค่ะ”
(อ้าวลูกจำไม่ได้เหรอ ที่แม่ลูกตั้งไง) เออ ใช่ฉันลืมไปเลยว่ามันเป็นเรือที่แม่ฉันตั้ง และมันก็ได้ลอยออกสู่ทะเลเมื่อปีที่แล้ว โอ๊ย อยากทุบกระบาลตัวเองจริงๆ
“เหรอค่ะ! ดีจังเลยค่ะ นีน่าอยากจะขอขึ้นเรือนั้นได้มั้ยค่ะ”
(ถามอะไรแปลกๆ อย่างนั้นหล่ะลูก เรือก็เรือของเราแค่โทรบอกพนักงานเดี๋ยวเขาก็จัดการให้ลูกแล้ว)
“งั้นแค่นี้นะค่ะพ่อ”
(จ๊ะ ว่างๆ โทรมาเล่นกับพ่ออีกนะ)
ปิ๊บ ฉันกดวางสาย ก่อนที่จะโทรบอกพนักงานบนเรือตามที่พ่อบอก ว่าขอจองห้องพักสวีตหนึ่งห้องจำนวนสามเตียง
โอเค ตอนนี้พวกเราสามสาวพลังป่วน (ตั้งเอง) ได้มาหยุดอยู่ที่หน้างานเลี้ยงนี่ตามสัญญาแล้ว งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นบนเรือสำราญซึ่งพวกฉันไม่น่าจะได้รับเชิญให้ขึ้นไปได้ กับได้ขึ้นไปอย่างง่ายดาย ทำไมน่ะเหรอ...
มันคือเรือของบริษัทฉันเองน่ะสิ ชื่อว่า ออเคสต้า เฟอร์รี่ เนื่องจากตอนที่สร้างเรือลำนี้เสร็จแม่ฉันดันประทับใจวงออเคสต้าที่มาเล่นในงานวันเปิดตัวเรือ จึงได้ตั้งชื่อให้เรือไปซะเลย ง่ายเนอะ แต่พอได้มางานเลี้ยงนี้แล้วเห็นชื่องานฉันกลับอยากหันก้นกลับไปทันใด
งานเลี้ยงเฟ้นหา 10 หญิงสาวมาเป็นหวานใจเน็ตไอดอล
ใครก็ได้ช่วยบอกฉันทีว่านี่มันงานเลี้ยงบ้าอะไรกันเนี่ย!
“กะ...แกเห็นชื่องานเลี้ยงนั่นหรือเปล่ามายล์ นี่น่า” ยัยโรสพูดตะกุก ตะกัก พร้อมกับมองไปทางเวทีที่มีป้ายชื่องานติดอยู่ แหงล่ะ นิสัยอย่างยัยโรสน่ะสวยเลือกได้ไม่ค่อยชอบไปประกวดแย่งใคร
“เห็น” ฉันกับยัยมายล์พูดพร้อมพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่จะสาวเท้าตามยัยโรสเข้าไปในงาน
ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คนทั้งหญิงและชายที่เรียกได้ว่าขนแฟ่ชั่นกันมาเลยทีเดียว ผู้หญิงบางคนถึงกับปลูกหงอนไก่ไว้บนหัวของตัวเอง (เวอร์ละ) พวกฉันซึ่งแต่งตัวด้วยชุดแสกสีดำเกาะอกที่นึกว่าตัวเองจะแต่งตัวโป๊ที่สุดในงาน กลับต้องอ้าปากค้างเมื่อเจอกับผู้หญิงเป็นร้อยๆ ที่แทบจะควักเรือนร่างออกมาให้ดูแทนการใส่อะไรปกปิดเลยทีเดียว แล้วก็นะเฟ้นหาหญิงสาวบ้าบออะไรก๊าน อย่าบอกนะว่าฉันต้องลงประกวดพวกนี้ด้วยน่ะ ไหนขอดูรายชื่อเน็ตไอดอลก่อน ฉันรีบคว้าใบปลิวแถวๆ นั้นมาอ่านทันที
รายชื่อ 10 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากทางอินเทอร์เน็ตว่าเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟ็กมากที่สุด
1. แม็คซิน
2. โซอึน
3. ซันไชน์
4. ไมล์
5. การิว
6. มาชิล
7. เซฟเวอร์
8. สกอร์
. 9. คังอึน
10. มาคิโตะ
แว๊กก มันมีชื่อของอีตาบ้าแม็คซินอยู่ด้วย นี่นายตั้งใจเอาฉันกับเพื่อนมาขายหน้าที่นี่ใช่ไหม คอยดูนะ ฉันกับยัยโรสและยัยมายล์จะต้องเอาพวกนายมาเป็นแฟนให้ได้
“ให้ประกวดแบบนี้ วัดกันที่ความสวยเลยดีกว่ายังไงฉันก็ชนะขาด” พูดนี่เข้าข้างตัวเองมากเลยเนอะยัยโรส
“ใช่ๆ มาดวลกันซึ่งๆ หน้าไปเลย” นี่ๆ เค้าประกวดที่รูปร่างหน้าตานะยัยมายล์ ไม่ได้ประกวดที่พละกำลัง
“งั้น พวกเธอสามคนตัดสินใจกันได้แล้วใช่ไหมว่าจะต้องไม่แพ้ผู้หญิงนับร้อยพวกนั้นน่ะ” ระหว่างที่พวกเราสามคนกำลังหารือปัญหากันอยู่ ก็มีน้ำเสียงของบุคคลที่ไม่หน้าสบอารมณ์ที่สุดโผล่ขึ้นมา
“ของมันแน่อยู่แล้วล่ะ วินเนอร์” ฉันแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ยียวน
“ใช่ฉันไม่มีทางแพ้ผู้ชายปากปีจออย่างนายเด็ดขาด” ยัยโรสพูดพร้อมกับชี้หน้านายโซอึน
“ว่าแต่คนอื่นดูตัวเองซะก่อนเถอะ ยัยผู้หญิงหน้าจืด” นายโซอึนว่าพลางทำหน้ากวนส้นเท้าก็ไม่ปาน
“กรี๊ดดดดด นายมันบ้าๆๆ ที่สุดเลย” สิ้นเสียงนั้นยัยโรสแทบจะเอาหัวมุดลงดินให้ช้ำใจกับความปากปีจอของนายโซอึนซะให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย
“ฉันก็จะไม่แพ้นายเหมือนกัน อีตาหัวปลาหมึก” ยัยมายล์ว่าพลางทำหน้ามั่นใจว่างานนี้ she ต้องชนะอย่างแน่นอน
“ฮึ ให้มันจริงเถอะยัยเด็กน้อย” นายซันไชน์แค่นเสียงยั่วยวน
“พูดแบบนี้มาต่อยกันดีกว่า” เช่นเดียวกันกับยัยมายล์และนายซันไชน์ที่ตอนนี้กำลังปะทะน้ำลายกันอย่างเดือดดาลจนทำให้คนทั้งงานพากับหันมามองเป็นตาเดียว
“เอาสิ ยัยเด็กน้อยถ้ากล้าก็ลองดู”
“หนอยแน่ะ” ยัยมายล์ว่าพลางจะต่อยเข้าที่ใบหน้าของนายซันไชน์จริงๆ แต่ก็มีเสียงหนึ่งมาห้ามพวกเราไว้จากด้านหลัง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” พอพวกเราหันหน้าไปก็พบกับผู้หญิงวัยกลางคนกำลังยืนเท้าสะเอวมองมายังพวกเราทั้งหกคนอยู่ หล่อนสวมชุดแส็กสีม่วง ซึ่งฉันว่าเอ่อ...มัน...ไม่ค่อยจะเข้ากันกับผมสีส้มของหล่อนเลยสักกะนิดเดียวก่อนที่หล่อนจะพูดขึ้นต่อ “พวกเธอเป็นใครกันถึงได้มาทำให้งานที่ฉันได้รับเชิญมาเป็นกรรมการต้องเสื่อมเสียเนี่ย และที่สำคัญพวกเธอสามคนมาทำอะไรกับเน็ตไอดอลยะ ดูแต่หน้าตาแล้วคงจะเป็นพวกไร้การศึกษาล่ะสิ เอาหล่ะ บอกฉันมาซะดีๆ ว่าพวกเธอสามคนขึ้นมาบนเรือนี้น่ะมีบัตรเชิญรึเปล่า” ยัยป้านั่นจ้องพวกเราสามคน จนฉันแอบคิดว่าหล่อนคงจะเป็นปอปเมื่อชาติที่แล้ว
“ไม่มี” พวกเราสามคนตอบพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
“งั้นก็...พวกเธอสามคนต้องไปอยู่ในครัวเพื่อทำงานเลกกับการที่ได้ขึ้นเรือนี้มา” ยัยป้านั่นว่าพลางชี้นิ้วไปยังห้องครัว เรื่องอะไรฉันจะยอมไปละเฟ้ย รู้จักยัยนีน่าคนนี้น้อยไปซะแล้ว
“ไม่มีทางย่ะ” ฉันว่าพลางกอดอก
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” ยัยป้านั่นพูดพร้อมกับเดินไปที่เวที
“หนูจะรอนะค่ะ คุณป้า” ฉันพูดพลางส่งสายตาให้คุณป้าคนนั้น ซึ่งตอนนี้หล่อนได้ขึ้นไปอยู่บนเวทีเรียบร้อยแล้ว
“พนักงานบนเรือสำราญออเคสต้าทุกท่านค่ะ ดิฉันมีเรื่องอยากจะให้ช่วยหน่อยค่ะ” ยัยป้านั่นพูดก่อนที่จะชี้นิ้วมาที่พวกฉันสามคน ก่อนจะประกาศกร้าว “จับยัยเด็กสามคนนั้นทีค่ะ”
เงียบ ไม่มีเสียงขยับหรือว่าเสียงเดินมาทางพวกฉันแม้แต่น้อย
“ทำไมไม่จับหล่ะค่ะ จับสิ” ยัยป้านั่นยังคงคะยั้นคะยอให้จับต่อ
“พวกเขาไม่กล้าจับฉันหรอก เพราะฉันน่ะเป็นลูกสาวของเจ้าของเรือลำนี้ไงหล่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับส่งสายตาอย่างผู้ชนะไปที่หน้ายัยป้านั่น ท่ามกลางคนนับร้อยที่ยืนดูสถานการณ์อยู่
“หมายความว่า…เธอคือ”
“นัดฐิดา ปุณยโรชย์” เมื่อได้ยินชื่อฉันทำเอายัยป้านั่นกับพวก SO FUN น่าเหวอไปเลยทีเดียว
“งั้นก็เชิญตามสบายค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะค่ะที่พูดจาไม่เข้าหู” หึๆ ให้มันได้อย่างงี้สิ จะได้รู้ว่าไผเป็นไผ
“เฮ้อ งั้นพวกเราไปหาไวน์ดื่มกันเถอะ โรส มายล์” ฉันว่าพลางกวักมือเรียกทั้งสองคนให้เดินตามมา
“อืม ปะ อยากกินพอดีเลย”
“ฉันขอไวน์สีเหมือนเลือดใครบ้างคนแถวนี้นะ” ยัยมายล์พูดพร้อมกับส่งสายตาไปทางซันไชน์ จนแทบจะปล่อยหมัดใส่กันตรงนี้ให้ได้
“เธอว่า…”
“เอาหล่ะครับทุกท่านเรามาเริ่มงานกันเลยก็แล้วกันนะครับ ขอเชิญเนตไอดอลทุกคนขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ” ยังไม่ทันที่ซันไชน์จะพูดจบ เสียงของพิธีกรชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา พวก SO FUN เมื่อได้ยินเสียงนั้นจึงรีบขึ้นไปบนเวทีทันที
อ๊ะ เอ๊ะ โอ๊ะ ดะ…เดี๋ยวก่อนน้า TOT ตรูจะโง่ไปถึงไหนเนี่ย นังปลาทอง
ทันทีที่เห็นหน้า เนตไอดอลทั้งหมดอยู่บนเวทีฉันถึงกับหน้าเหวอไปเลยทีเดียว ต่างกับยัยโรสและยัยมายล์ที่บัดนี้ตาค้างไปเรียบร้อยแล้ว
ทำไมก๊านนนน ทำไม ตอนอ่านชื่อฉันถึงไม่นึกสงสัยเลย ก็เพระว่า… ฉันลืมชื่อของพวกนั้นไปซะสนิทเลยอ่า กับนึกถึงแต่เรื่องของอีตาบ้าแม็คซิน แงๆๆ หายนะแห่งความซวยมาเยือนแว้วว
“นีน่า แกได้อ่านชื่อของคนที่เข้าร่วมแข่งขันแล้วไม่ใช่เรอะ! แล้วทำไม ทำไม”
“แกถึงจำชื่อสามชื่อนี้ไม่ได้ ไมล์ การิว มาชิล” ยัยโรสพูดขึ้นต่อจากยัยมายล์ที่แทบจะถลกกระโปรงขึ้นมาตะบันหน้าฉัน แง ก็เค้าลืมนี่ เดี๋ยวจะเมมโมรี่แว้วว
“น่า น่า หยวนๆ” ฉันพยายามพูดให้สองคนนั้นใจเย็นลง แต่สองคนนั้น
สติแตกไปเรียบร้อยแล้ว
“ตายแน่ๆ ชัก แหง๊กๆ เลย” ยัยโรสและยัยมายล์พูดประสานเสียงกัน
“แทนที่จะมานั่งคำครวญ ฉันว่าพวกเราสามคนมาช่วยกันหาทางแก้ไขดีกว่า” ฉันว่าพลางตีหน้าเอ๋อ เพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเองสุดฤทธิ์
“เออๆ ถึงแม้ว่าแกจะพยายามลบความผิดพลาดของแกก็เถอะ” ยัยโรสพูดพร้อมกับหันหน้าไปซุบซิบกับยัยมายล์ สองคน
อ๊ากกกก นี่พวกแกจะล้างแค้นฉันใช่ไหม -_-^+++
“พวกเราสองคนตกลงกันแล้วว่า จะต้องเข้าร่วมงานครั้งนี้ให้ได้ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามไม่ให้พวกนั้นรู้ว่าพวกเราเป็นใครด้วย แกว่าไง นีน่า” แหม ก็เล่นสองรุมหนึ่งแล้วใครมันจะปฏิเสธได้ฟระ!
“ตกลง ว่าไงก็ว่าตามกัน” พูดจบสองคนนั้นก็คลี่ยิ้มแล้ววิ่งมาสวมกอดฉันทันที อ๊ะ นี่พวกแกซึ่งขนาดนั้นเลยเหรอย่ะ -.,-
“พวกเราสองคนรักแก! ทีแรกน่ะพวกเราเห็นแกเอาแต่เครียด ก็เลยคิดว่าแกน่ะจะทิ้งพวกเราแล้วกลับไปคืนดีกับไอ้หมอนั่นซะอีก” ยัยโรสว่า จะบ้าเรอะ ให้ไปคืนดีกับหมอนั่น ฉันยอมฆ่าตัวตายยังจะดีกว่า
“แต่พอแกพูดอย่างนี้แล้ว พวกเรามาซัดมันให้ขาดไปตั้งหนึ่งเลย” ยัยมายล์ว่า เฮ้ยๆ พวกเราจะไปประกวดไม่ใช่เรอะ ทำไมแกทำท่าเหมือนจะไปออกรบอย่างรบเยี่ยงนั่นหล่ะ =_=^
“พวกแกเอาหัวแม่เท้าคิดรึไงยะ ฉันไม่มีวันหักหลังพวกแกเป็นอันขาด” ฉันพูดพร้อมกับส่งซิกให้สองคนนั้นหันไปมองบนเวที ซึ่งบัดนี้ได้มีเหล่าไอดอลยืนออกันเต็มไปหมด หล่อชะมัด!!!
“นั่นมัน… การิว”
“ใช่แล้วโรส แล้วก็มาชิล”
“อืม นั่นก็ไมล์…”
“ให้ตายสิ ฉันไม่อยากจะเจอหน้าหมอนั่นเลย ไอ้คู่หมั้นเลว!” ยัยโรสด่า
“ฉันก็เหมือนกัน ไอ้แฟนเก่าเฮงซวย!” ต่อที่ยัยมายล์
“ฉันด้วย ไอ้คนเสร็งเคร็ง!” ฉันเอง _ _*
“เอาหล่ะ ครับผมจะให้ไอดอลแต่ละคนแนะนำตัวกันสั้น แต่ก็เป็นถ้อยคำที่กินใจสาวๆ นะครับ เริ่มที่หมายเลขหนึ่งกันเลยครับ…” พิธีกรพูดพร้อมกับยื่นไมค์ไปทางแม็คซิน เขารับไปแล้วหันมายิ้มหวานใส่สาว ทำให้…
กรี๊ดดดดดดดดดดดด พี่แม็คซิน <<<< ผู้หญิงหลายคนในที่นั้นพูดขึ้น ทำให้พวกฉันหันมามองหน้ากันประมานว่า ‘แล้วตรูจะรอดจากเงื้อมมือแม่ชะนีพวกน้ได้ไหมเนี่ย’
“ฉันต้องเป็นห้าสิบคนสุดท้ายให้ได้เลย!”
“ฉันด้วย”
คำพูดของชะนีเหล่านั้นทำให้พวกเราสามคนเหวอรับประทานไปทีเดียวมีตั้งสองร้อยแต่เอาแค่ห้าสิบเหรอฟระ มิน่าหล่ะถึงแห่กันขนแฟ่ชั่นมาเลยทีเดียว แล้วทำไมไม่มีใครบอกพวกเราเลย

“สวัสดีครับ ผมแม็คซินนะครับ ^^ อายุสิบเก้าปี กำลังรับสมัครหาหวานใจอยู่คับ นิสัยเพลย์บอย ปากหวาน เอาใจเก่ง ใครได้ลองเป็นติดใจ เพราะฉะนั้นสมัครกันเข้ามาเยอะนะคับ” แม็คซินว่าก่อนจะชี้นิ้วมาทางผู้หญิงที่อยู่ข้างล่าง ก่อนจะพูดต่อ “แล้วคุณจะรู้ว่าแผงอกของผมนั้นอุ่นขนาดไหน ^____^”
กรี๊ดดดดดดดดดดดด เหอะ แผงอกเรอะ ชิใครมันจะอยากไปซุกในที่แบบนั้นกัน ถ้าไม่มีเรื่องไมล์ ฉันไม่สนใจหรอกอีตาบ้า ดูแต่ละคำที่พูดเข้าสิ มันน่านัก น่าจับลงแม่น้ำอะเมซอน ให้ปลาปิรันย่ากิน ฮึ่ม หมั่นไส้โว๊ย
“เอาหล่ะคับ เสี่ยวกันพอแล้วใช่ไหมคับ ต่อมาคือ โซอึน ผู้เข้าประกวดหมายเลขสองเชิญครับ”
“ครับผม โซอึนนะคับ อายุเทียบเท่ากับไอ้คนแรกนั่นหล่ะครับผม ส่วนนิสัยผมน่ะหรือ อืมมันพูดยากนะ ถ้าไอ้แม็คซินมันเพลย์บอย ผมก็คาสโนว่าหล่ะคับ เอาเป็นว่าถ้าหน้าตาสวยเกินมาตรฐานที่ผมกำหนดไว้ในหัวใจ” โซอึนว่าพลางเอามือมาทำเป็นรูปหัวใจ นั่นทำให้พวกสาวๆ คลั่ง “แต่ถ้าดูจากในนี้แล้วก็เกินทุกคนนั่นหล่ะคร้าบ รีบๆ มาจับจองหัวใจของผมน่ะคับ ว่างนานๆ แล้วมันเหงา” โซอึนพูดพร้อมกับทำท่าทางจะจับมือสาวๆ มาจับที่น่าอกข้างซ้ายของตนเอง นั่นทำให้ยัยโรสที่อยู่ข้างฉันในตอนนี้เริ่มสะอิดสะเอียน
“ครับๆ คนต่อไปเลยนะครับเดี๋ยวจะได้พากันไปท่องสวรรค์แห่งรักซะก่อน หมายเลขสาม ซันไชน์ครับผม” คำพูดของพิธีกรทำเอาผู้หญิงหลายคนหันไปทำตาขวางใส่ ประมาณว่า ‘แกยุ่งอะไรด้วยยะ หน้าไม่หล่อหลบไป’ เหอๆ ฉันว่าหลังจากเสร็จงานนี้แล้วพิธีกรนั่นได้เละคา Teen ของสาวๆ หลายคนในนี้แน่ _ _”
“ครับ ผมซันไชน์ครับ นิสัยก็ไม่มีอะไรมากแค่เป็นผู้ชายที่มีริมฝีปากสีสดเหมือนกุหลาบแดง คนหนึ่งก็เท่านั้น!” สิ้นคำพูดของซันไชน์ทำให้ผู้หญิงหลายคนจ้องไปที่ริมฝีปากเขา ประมาณว่า ฉันต้องกินนายให้ได้ แวบหนึ่งฉันแอบเห็นยัยมายล์ทำหน้ารำคาญกับความน้ำแข็งของหมอนั่นด้วยหล่ะ
“เอ่อ สั้นมากเลยนะคับ แต่ดูเหมือนว่าสาวๆ ข้างล่างจะพยายามกินคุณให้ได้ ต่อไปเป็นผู้สมัครที่มาจากต่างประเทศนะคับ หมายเลขสี่ ไมล์คับ” ชิในที่สุดก็ถึงตาไอ้หมอนี่จนได้หรือเนี่ย
ฉันหลุบตาต่ำลงและเอามือปิดหูเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงของหมอนั่น เสียงที่เคยสร้างความเสียใจมากมายจนฉันอยากจะตาย อยากจะหายไปจากโลกใบนี้ซะ!
“ผมชื่อไมล์คับ มาจากอเมริกา เหตุผลที่ผมมาสมัครงานนี้ เพราะรู้นิสัยของผู้หญิงหลายๆ คนว่าชอบงานแบบนี้ และแน่นอนว่ายัยนั่นก็ด้วย” เสียงเขาเริ่มอ่อนลงเมื่อมาถึงตอนนี้ “ถ้าเธออยู่ในงานนี้ฉันขอบอกเธอไว้เลยนะว่าฉันจะตามหาตัวเธอให้พบให้ได้เลย เชอร์รี่!” ฉึก! ใช่แล้วชื่อผู้หญิงที่ไมล์ประกาศเป็นชื่อของฉันเอง ฉันกับยัยโรสและยัยมายล์เปลี่ยนชื่อกันหมดเพื่อไม่ให้โดนตามล่า แปลว่าหมอนั่นรู้ว่าฉันอยู่ในงานนี้ด้วยเหรอเนี่ย โอว้ มายก็อด ฉันอยากจะตายให้ได้ T^T
“ฮะๆ เหมือนกำลังเล่นเกมส์ ‘ตามล่าหาคนรักสุดปลายฟ้า’ เลยนะครับ แล้วมาสมัครเกมส์นี้ทำไมหล่ะครับ ต่อไปขอเชิญหนุ่มอัธยาศัยดี การิว ครับ ” พิธีกรพูดไม่เข้าหูพวกสาวๆ ครั้งที่สอง ทำให้พวกหล่อนหันไปจ้องจะกินเลือดกินเนื้อพี่แกอีกรอบ
“ครับ ผมการิวครับ เหตุผลของผมก็เหมือนกันกับข้างต้นนั่นหล่ะครับ ผมตามมาเอาคู่หมั้นของผมคืน! ใช่แล้วรอฉันก่อนนะ ลิลลี่” คราวนี้ถึงตาของยัยโรสจะต้องเสียวสันหลังบ้าง ฉันเห็นยัยโรสพึมพำออกมาเบาๆ ที่ฉันพอจะจับใจความได้ หล่อนพึมพำว่า “ใครเค้าจะอยากรอนายกันยะ ฉันอุตส่าห์หนีมาไกลขนาดนี้ เฮอะ ไอ้คนหลงตัวเอง” ก็นะ ใครมันจะไปอยากหมั้นกับคนที่ไม่ได้รักกันเล่า แต่หมอนี่ดันรักยัยโรสซะหัวปักหัวปำ
“ครับ เพื่อข้ามการ ‘พลิกแผ่นดินหาว่าที่คู่หมั้น’ ที่น่าน้ำเน่านี่ไป พวกเรามาพบกับมาชิล ผู้สมัครหมายเลขหกกันเลยครับ” ฉันพูดจริงๆ นะที่ว่าไอ้พิธีกรนี่ต้องโดนหญิงสาวรุมกระทืบน่ะ เหอๆ ก็ดันมาด่าเนตไอดอลพวกเขาแบบนั้นน่ะ
“ครับ ผมมาชิลนะครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคับ ที่เรื่องของเพื่อนผมมันน้ำเน่า” ว่าแล้วมาชิลก็ปรายตาอำมหิตไปที่ไอ้พิธีกรนั่นทันที จนไอ้หมอนั่นผงะเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดต่อ “เหตุผลของผลก็คือ ตามหาแฟนเก่าที่พลัดพรากกันไปถึงหนึ่งปีเต็ม เพื่อจับหล่อนมาขังกุญแจหัวใจไว้ให้ได้ เนอะ เกรซ” มาชิลพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน ทำให้ผู้หญิงหลายคนหันไปสบตาปิ๊งๆ ให้เขา แต่สาวห้าวที่อยู่ข้างกายฉันกลับไม่เป็นเช่นนั้น หล่อนเล็ดไรฟันออกมาว่า “ไร้สาระ” สั้นๆ ง่ายๆ ค่ะ จบข่าว!
“เฮ้อ นี่ผมมาเป็นพิธีกรถูกงานรึเปล่าเนี่ย ทำไมเจอแต่พวกเพ้อฝัน ปัญญาอ่อนทั้งนั้น ครับต่อไปก็…บลาๆๆ” (เพื่อประหยัดกระดาษเราจะเอาแค่ตัวสำคัญพอนะค่ะ ตัวประกอบหลบไป!) ฉันว่านะ ก่อนที่จะตายคาเท้าสาวๆ พวกนั้น ไอ้หมอนี่มันจะผ่านมือสามคนเมื่อกี๊ไปได้รึเปล่า
“เอาหล่ะ ครับเรายืดเวลามามากพอแล้วเนื่องจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง…บลาๆ” และไอ้หมอนี่มันก็เริ่มพูดประวัติมันบ้าง ดีนะที่ไม่บอกว่าเป็นผู้สมัครเบอร์สิบเอ็ดอ่ะ ไม่งั้นนะ ฉันจะบอกนายว่า มาหลุมไหนก็กลับไปลงหลุมนั้นเลย กร๊ากก!
“ขอเชิญผู้หญิงที่คิดว่าจะลงแข่งขันยกมือขึ้นครับ เราจะได้แจกเบอร์แก่ผู้เข้าแข่งขัน”
พอพิธีกรพูดจบ พวกเราสามคนก็เอามือมาประสานกันไว้ทันทีและพูดว่า ศึกครั้งนี้เราต้องชนะ

applepie

จำนวนข้อความ : 7
Join date : 29/04/2010

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ