Seeking to love สืบค้น หารัก มัดใจนายสุดหล่อ บทที่ 12

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Seeking to love สืบค้น หารัก มัดใจนายสุดหล่อ บทที่ 12

ตั้งหัวข้อ  RenMiD on Wed Apr 21 2010, 18:58

12

“ฮือๆๆๆๆ”
ทำไมฉันต้องเสียใจด้วย T^T ทำไมไอ้น้ำตาบ้าถึงไม่ยอมหยุดไหลซะทีละ ฉันยกแขนเสื้อปาดน้ำตาที่เหลือออก ตอนนี้ฉันควรจะเข้าห้องเรียนก่อนสินะ ถ้าฉันโดดโบจะต้องเป็นห่วงฉันแน่ๆเลย
ฉันปาดน้ำตาที่เหลืออยู่ออกอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปเข้าห้องเรียน เสียงนินทายังคงไม่หยุดหย่อนในขณะที่ฉันเดินผ่านไปยังหน้าห้องเรียนต่างๆ สายตาทุกคู่ยังคงมองฉันด้วยความหวาดระแวง ฉันจึงได้แต่เบือนหน้าหนี และเดินตรงไปห้องของตัวเองเท่านั้น เมื่อฉันเดินมาถึงห้อง ทุกคนในห้องต่างก็มองมาที่ฉันเป็นตาเดียวกัน ดีที่อาจารย์ยังไม่เข้าสอน ฉันได้แต่เดินไปที่ๆของตัวเอง โดยไม่ได้หันไปสบตากับใครเลยแม้แต่คนเดียว
“เป็นยังไงบ้าง”
เมื่อฉันหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะของตัวเอง โบก็รีบหันมาถามด้วยความเป็นห่วง
“ก็.....อย่างที่เห็นแหละ”
“ใจเย็นก่อนนะบราว”
“อืม ฉันไม่เป็นไรหรอกนะ ^^”
ฉันยิ้มฝืดๆไปให้โบ โบเองก็ได้แต่มองด้วยความเป็นห่วง เฮ้ออออออ จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกไหมเนี่ย...........
คาบเรียนตอนเช้าผ่านพ้นไปแล้ว แต่บรรยากาศที่อึดอัดก็ยังคงอยู่ๆดี เพื่อนในห้องแถบจะไม่มีใครคุยกับฉันเลย จะมีก็แต่โบเท่านั้น ที่คอยเป็นห่วงแต่ก็มักจะโดนพวกเพื่อนๆดึงตัวไปไม่ให้ยุ่งกับฉัน
“บราวเราไปกินข้าวกันเถอะ ^^;;”
โบดึงฉันให้ลุกขึ้นไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันเหมือนปกติ แต่แล้ว......
“โบทำอะไรนะ”
ชมพู่ดึงมือโบกลับ โบมองหน้าชมพู่แบบไม่เข้าใจ ชมพู่กับแอนมีสีหน้าอึดอัด แต่ว่าฉันพอรู้แหละนะว่าทำไม
“เอ่อ....บราว คือพวกเราขอโทษนะ แต่พวกเรากลัวเธอจริงๆ...ยังไงตอนนี้เราห่างกันสักพักเถอะนะ”
และแล้วแอนก็เป็นคนแรกที่พูดความในใจออกมา คำพูดนั้นฟังแล้วทำให้รู้สึกแย่ชะมัด ทั้งๆที่เมื่อก่อนพวกแอนกับชมพู่ก็เคยใช้บริการชมรมข้อมูลเหมือนกัน แต่ไม่อยากนึกเลย ว่าตอนนี้สิ่งที่พวกฉันทำไป มันจะเป็นเหมือนความผิดที่ไม่มีใครอยากให้อภัยแบบนี้
“ทำไมพูดอย่างงั้นละ บราวเป็นเพื่อนเรานะแอน ชมพู่”
“แต่พวกเรากลัวนะโบ พวกเราสับสน” แอนพูด
“ช่างเถอะๆ ฉันเข้าใจ ถ้าเรื่องมันจบแล้วเราค่อยกลับมาเป็นแบบเดิมก็ได้”
ฉันยิ้มให้ชมพู่กับแอนสองคนนั้นก็ได้แต่ยิ้มแหยๆมาให้เท่านั้น ก่อนจะลากโบให้เดินตามลงไป เมื่อฉันเห็นเพื่อนทั้งสามของตัวเองลงไปได้สักพัก ฉันจึงเริ่มเดินลงไปโรงอาหารเช่นกัน
บรรยากาศของโรงอาหารก็มีแต่ความอึดอัด ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับเมื่อเช้าเลยสักนิด ไม่ว่าฉันจะเดินไปตรงไหน ในตอนนี้ก็มีแต่คนมองกันทั้งนั้น ทำไมวันนี้ถึงเป็นวันที่แย่แบบนี้นี้นะ
ขวับ!!!
“เฮ้ย!!!”
จู่ๆ ในขณะที่ฉันกำลังยืนรอต่อคิวซื้ออาหาร ก็มีมือๆหนึ่งเข้ามาคว้าแขนฉันเอาไว้ ก่อนที่มือปริศนานั้นจะลากฉันออกมาจากบริเวณโรงอาหาร ฉันด้วยความงงและตกใจก็ยอมเดินตามแรงลากของมือปริศนานั้น จนกระทั่งออกมาพ้นบริเวณโรงอาหารฉันถึงได้รู้ว่ามือปริศนานั้นก็คือ มือของชุนนั้นเอง ชุนลากฉันมาจนจุดที่ปลอดคน ก่อนที่หมอนี่จะคลายมือออก และหันหลังกลับมามองฉัน
“นี่นายกำลังจะทำอะไรนะ -_-^”
“ฉันก็ลากเธอออกมาคุยนะสิถามได้ ฉันเพิ่งรู้เรื่องก่อนเที่ยงนี้เอง เธอเป็นยังไงบ้างละ”
“ก็แค่ไม่มีใครอยากคุยด้วย เป็นตัวน่ารังเกียจในสายตาคนอื่นก็แค่นั้น”
ฉันเบนหน้าไปข้างๆ ฉันยังไม่อยากสู้หน้าชุนตอนนี้เลย
“อย่าพูดอย่างงั้นสิ ที่จริงมันไม่ใช่ความผิดของพวกเราฝ่ายเดียวซะหน่อย พวกนั้นเองต่างหากที่เป็นคนจ้างเราหาข้อมูล”
“แต่เราก็ยังผิดอยู่ดีนั้นแหละ ฉันขอโทษนายด้วยนะ”
“ขอโทษ ? เธอจะขอโทษทำไม”
“ก็เพราะฉันทำให้ความลับของพวกเราแตกนะสิ แต่นายไม่ต้องห่วงหรอกนะ ทุกคนรู้แค่ว่าฉันเป็นคนทำ....คงไม่เดือดร้อนถึงพวกนายหรอก”
“ไม่มีใครโทษเธอทั้งนั้นแหละ”
“แล้ว....สกายรู้เรื่องนี้รึยัง”
“ยังไม่รู้หรอก หมอนั้นโดดเรียนตั้งแต่เช้า แต่ฉันว่าอย่าให้หมอนั้นรู้ดีกว่า ไม่งั้นเกิดเรื่องแน่ๆ”
“อืม”
“เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันจะหาต้นตอสาเหตุของเรื่องมาแน่ๆ ตอนนี้เธอต้องอยู่ใกล้ๆโบไว้นะ”
ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้ารับคำพูดของชุนเท่านั้น
“อย่าเครียดมากละ ฉันไปก่อนนะ”
ชุนตบบ่าฉันสองสามทีเพื่อปลอบใจ แต่ฉันว่ามันเจ็บซะมากกว่า =_=^ ฉันแยกกับชุนและเดินกลับไปโรงอาหารอีกครั้ง เฮ้ออออ เครียดจนหิวข้าวเลย

เขามักจะบอกกันว่า เวลาคนเราดวงไม่ดีมันอาจจะลำบากบ้าง แต่ผ่านไปสักพักก็จะดีเอง ฉันว่ามันไม่เห็นจะจริงสักนิด TOT เพราะหลังจากที่ฉันกำลังจะเดินออกจากโรงอาหาร จู่ๆก็มีรุ่นน้องเกรด 10 เดินมาชนกับฉันพร้อมกับชามราดหน้าที่อยู่ในมือของหล่อน คงไม่ต้องบอกว่ามันจะเป็นยังไงต่อ ฉันได้แต่งงพร้อมกับเสื้อผ้าที่เลอะเทอะของตัวเอง ยัยนั้นแทนที่จะขอโทษฉันสักคำกลับไม่มี ยัยเด็กบ้านั้นหัวเราะเยาะนิดๆ ก่อนจะเดินเชิดตูดหนีไปเฉยเลย ฉันได้เม้มริมฝีปากด้วยความโกรธ คนในโรงอาหารต่างมองและหัวเราะใส่ มันคงเป็นเพราะเรื่องเมื่อเช้าสินะ ฉันจึงได้แต่รีบเดินออกมาจากบริเวณนั้น
ฉันไม่ได้เข้าเรียนในคาบบ่าย ฉันนั่งเหม่อลอยในห้องชมรมข้อมูลที่ตอนนี้ไม่มีใคร ฉันไม่อยากพบหน้าใคร เพียงแค่อยากปล่อยเวลาไปเรื่อยๆเท่านั้น ในตอนเย็นก็เช่นกัน ตอนนี้ก็เลยเวลาเลิกเรียนมาแล้ว 10 นาที ฉันกำลังที่จะเตรียมตัวกลับบ้าน ฉันไม่อยากไปเรียนพิเศษ ไม่อยากเจอหน้ายูโร เพราะฉันเชื่อว่าถ้าฉันเห็นหมอนั้น น้ำตาของฉันที่ไม่อยากจะไหล มันคงจะไหลออกมาแน่ๆ....
ไม่มีโทรศัพท์โทรมาเหมือนกับทุกทีในความทรงจำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่ว่าฉันจะไปอยู่ที่ไหน อีตายูโรจะโทรมากวนประสาทฉันและลากฉันไปเรียนพิเศษให้ได้ แต่ไม่มีเลยในตอนนี้ ฉันส่ายหัวตัวเองอยู่หลายครั้ง เมื่อตัวเองพยายามจะนึกถึง ฉันไม่เข้าใจตัวเองเลย เช้านี้ฉันก็ยังคงมาโรงเรียนแบบปกติ ฉันยังคงเก็บตัวและไม่คุยกับใคร
กริ๊งๆ~
เสียงออดคาบแรกดังแล้ว แต่ตัวฉันก็ยังคงไม่มีกระจิตกระใจเรียนอยู่ดี โบที่นั่งอยู่ข้างๆฉันมักจะพยายามชวนคุยอยู่เสมอๆ แต่มันก็เท่านั้นแหละ ตอนนี้เรื่องที่ฉันเป็นคนชมรมข้อมูล เอาข้อมูลของทุกคน พวกเห็นแก่ตัวที่ไม่มีใครอยากจะยุ่งด้วย มันแพร่กระจายไปในหมู่นักเรียนมัธยมเกือบทั้งโรงเรียนแล้ว
“วันนี้เราจะมาเรียนเกี่ยวกับเรื่อง......”
อาจารย์เริ่มพูดถึงเนื้อหาการเรียนในวันนี้ทันทีที่เข้ามาในห้อง เพื่อเป็นสัญญาณบอกให้พวกเราเตรียมหนังสือขึ้นมาเรียนกัน ฉันเบือนหน้าเข้าหากระดาน ก่อนจะค่อยๆล้วงมือลงไปในเก๊ะ เพื่อหยิบหนังสือเรียนของตัวเอง…..
“บราว มือไปโดนอะไรมา O_O”
จู่ๆ โบก็รีบชักมือของฉันเข้าไปหาตนเอง จนทำให้หนังสือในมือตกลงบนโต๊ะ ฉันถึงกับสะดุ้งตกใจกับเสียงของโบ ฉันมองหน้าโบที่ตกใจ ก่อนจะลื่นสายตาลงไปที่มือของตนเอง เฮ้ย เลือดนิหว่า O_o
“บราวไปโดนอะไรมา เลือดออกมากเลยนะ”
ฉันส่ายหน้าเป็นการตอบ พร้อมกับมองดูเลือดที่ไหลออกมาพอสมควร
“ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไรหรอก”
ฉันหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อของตัวเองออกมาซับเลือดที่ไหลอยู่ และหันมาสนใจกับการเรียนบนกระดาน
“ได้ยังไงละบราว ไหนขอโบดูเก๊ะหน่อย”
โบก้มหน้าของตัวเองลงมายังช่องเก๊ะ ก่อนที่โบจะล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากเก๊ะของฉัน
“นี่ไงบราว ใบมีด ใครกันที่แกล้งกันถึงขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย”
โบโยนใบมีดสี่ห้าอันในมือที่ไม่รู้มาอยู่ในเก๊ะของฉันได้ยังไงลงบนโต๊ะของฉัน ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆเท่านั้น ทุกคนเกลียดฉันถึงขนาดนี้เลยหรือไง
“ช่างมันเถอะ ก็สมควรแล้วละ”
“ได้ยังไงละบราว ทำไมบราวไม่สู้ใครเหมือนเมื่อก่อนละ บราวเป็นอะไร”
“.....”
“เอาเป็นว่า บราวไปห้องพยาบาลก่อนนะ”
“ไม่ต้องหรอกโบ”
“ไม่ได้”
โบตัดบทสนทนาของฉัน ก่อนจะหันไปบอกกับอาจารย์หน้าห้องว่าฉันไม่สบาย อาจารย์เลยพยักหน้าเป็นการอนุญาต เพื่อนในห้องเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อเลยหันมามอง แต่แล้วก็หันกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“โบต้องไปเป็นเพื่อนรึเปล่า”
“ไม่ต้องหรอก โบจดงานให้บราวละกัน เดียวบราวมานะ”
ฉันซุกมือที่โดนบาดลงไปในกระเป๋ากระโปรง เพื่อไม่ให้ใครเห็น ก่อนจะเดินออกมานอกห้อง ฉันเดินออกมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องพยาบาล และในขณะที่ฉันกำลังจะเปิดประตู ฉันก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
“ทำไมไม่เข้าห้องเรียนละ ไม่สบายรึไง”
นั้นเป็นคำทักทายคำแรกของชายที่เปิดประตูห้องพยาบาลตัดหน้าฉัน ชายตรงหน้ามองฉันด้วยสายงุนงง
“เอ่อ...คือ ฉันไม่สบายนะ”
ฉันตอบคำถามสกาย แต่หมอนั้นก็ยังคงมองด้วยสายตาไม่เชื่อ คิ้วของหมอนี่แทบจะขมวดผูกกันเป็นโบได้อยู่แล้ว
“แล้วทำไมต้องซุกมือไว้ในกระโปรงด้วยละ”
“ไม่มีอะไรหรอก นายเองเถอะ ทำไมไม่เข้าห้องเรียนซะที -_-^”
“ฉันโดด ผิดด้วยหรือไง”
คงไม่มีใครกล้าตอบตรงแบบนี้หรอก พูดได้เต็มปากเต็มคำจริงๆว่าโดดเนี่ย –o-
“ก็เปล่า”
“มือเธอเป็นอะไรกันแน่ มาดูหน่อยสิ”
ไอ้บ้าสกายไม่รอฟังคำตอบอะไร หมอนี่เล่นดึงแขนของฉันออกมา โดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ
“ใครเป็นคนทำเธอ!!!”
สกายมองด้วยสายตาโกรธจนเห็นได้ชัด หลังจากเห็นเลือดและรอยโดนของมีคมบาดบนมือของฉัน สายตาของสกายตอนนี้ดูหน้ากลัวเอามากๆ เขาบีบแขนของฉันแน่นจนฉันรู้สึกเจ็บ ผ้าเช็ดหน้าที่ฉันซับเลือดเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดงซะแล้ว
“ฉันโดนมีดบาด นายจะโมโหไปทำไม”
“คนอย่างเธอเนี่ยนะ เธอโกหกฉันรึเปล่า”
“เปล่า!!! ถ้านายไม่เชื่อก็แล้วแต่นายสิ แต่นายไม่มีสิทธิมาบีบแขนฉันแบบนี้”
สกายปล่อยมือจากแขนของฉันทันทีที่พูดจบ สายตาโกรธของเขาดูอ่อนลง แต่ยังคงความขุ่นมัวไว้เห็นได้ชัด
“ฉันขอโทษ เข้าไปทำแผลเถอะ ”
สกายเปลี่ยนมาจับมือฉันที่โดนใบมีดบาดเบาๆ และเดินจูงมือฉันเข้าไปในห้อง ในห้องพยาบาลไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
“อาจารย์ไปธุระนะ เดียวฉันทำแผลให้นะ”
สกายให้ฉันนั่งลงตรงขอบเตียง ส่วนตัวเองก็ไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมาวางช้างๆตัวฉัน
“ยื่นมือมาสิ”
ฉันยื่นมือให้สกายแต่โดยดี เขานั่งทำแผลให้ฉันเงียบๆ สกายดูท่าจะจริงจรังอย่างมาก
“เธอนะ มีอะไรก็บอกฉันได้ไหม อย่าเก็บเป็นความลับเลยนะ”
สกายพูดหลังจากทำแผลให้ฉันเสร็จ เขาลูบมันเบาๆ ให้ตายสิ ทำไมฉันถึงรู้สึกอึดอัดจัง =///=
“หายเร็วๆนะ”
สกายทำสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึง O///O เมื่อจู่ๆ เขาก็โน้มตัวลงมาทาบริมฝีปากตรงแผลฉันเบาๆ ความรู้สึกของฉันมันเหมือนกับหัวมันโล่งไปหมด ฉันคิดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ
“นะ...นายทำอะไรเนี่ย =///=”
“หืม ก็ทำให้แผลหายเร็วๆไง ^-^”
“เอ่อ...ว่าแต่เมื่อวาน นายไม่มาโรงเรียนงั้นหรอ =///=”
“อือ พอดีช่วงนี้ฉันเบื่อๆนะ วันนี้ก็โดนบังคับให้มาเหมือนกัน”
ดูท่าว่าสกายยังไม่รู้เรื่องที่ฉันตกเป็นที่ต้องสงสัยของทุกคนในโรงเรียน เกี่ยวกับเรื่องชมรมข้อมูล ก็ดีแล้วละ ไม่งั้นหมอนี่อาละวาดโรงเรียนพังแหงๆ =_=^
“แล้วนายจะไม่เข้าเรียนหรือไง”
“เฮ้ออออ ไปก็ได้ เธอนี่ไล่ฉันจังนะ เป็นแม่ฉันอีกคนหรือไงยัยบ๊อง”
สกายยกมือเขกหัวฉันไปหนึ่งที ฉันยิ้มกับท่าทางของหมอนี่ หลังจากนั้นเราก็แยกกันกลับห้องเรียนไป ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองใจชื้นขึ้นมาหน่อย ขอบคุณจริงๆสกาย ที่นายยังคงเป็นห่วงฉันเสมอ

ในตอนเย็นก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฉันเก็บกระเป๋าและตั้งใจว่าจะกลับบ้านเลย โดยไม่รอที่จะเรียนเสริมในตอนเย็น ในขณะที่ฉันจะเตรียมตัวเดินลงบันไดนั้นเอง ก็มีเพื่อนผู้หญิงรุ่นเดียวกันเดินเข้ามาทัก
“นี่ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนะ เธอไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม”
“หืม เอ่อ....ตอนนี้เลยหรอ”
“อือ ไปเป็นเพื่อนหน่อยเถอะนะ”
ฉันลังเลอใจยู่นิดหน่อย แต่ว่าคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง ก็ในเมื่อเราก็ไม่ได้เป็นศัตรูอะไรกันนิ ฉันจึงตัดสินใจตอบตกลง และเดินตามเธอไปโดยไม่ได้คิดอะไร เราสองคนเดินลงมาจากตึกเรียนด้วยกัน โดยหล่อนเดินนำฉันข้ามไปยังอีกฝัง ซึ่งเป็นตึกเรียนวิทยาศาสตร์ที่จะมีนักเรียนเดินเข้าออกน้อย เพราะนักเรียนจะมาที่นี่ก็ต่อเมื่อมีเรียนเท่านั้น
“นี่ มีอะไรรึเปล่า ทำไมเราต้องมาคุยกันที่นี่ด้วยละ”
“อย่าเพิ่งถามเลยนะ มันเป็นความลับจริงๆ”
ฉันยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเรื่องที่หล่อนจะพูด จะเป็นเรื่องชมรมข้อมูลรึเปล่า แต่ฉันก็ยังปักใจเชื่ออะไรไม่ได้ทั้งนั้น
เราเดินเข้ามาในตึกแล้ว หล่อนเดินนำฉันขึ้นบันไดไปยังชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของตัวตึก ก่อนที่หล่อนจะเดินนำฉันเข้าไปยังห้องน้ำ ที่อยู่ปลีกซ้ายของตัวตึก ว่าแต่ทำไมต้องมาที่นี่ด้วยละ
“ที่นี่แหละ ^^”
“ที่นี่งั้นหรอ”
แกร๊ก ~
ในขณะที่ฉันกำลังคิดหวาดระแวงอยู่นั้น เสียงล็อคประตูก็ดังขึ้นจากด้านหลังของฉัน โดยคนที่ล็อคมันก็คือ ‘ พีช ‘ O_O!!!
“นี่มันอะไรกัน”
“แหมๆ ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ เราก็แค่อยากจะคุยอะไรกับเธอ ก็แค่นั้น”
ยัยพีชแสยะยิ้มพร้อมกับเดินมายืนพิงกับอ่างล้างหน้า มีนักเรียนหญิงรุ่นเดียวกับฉันอีก 2-3 คนเดินออกมาจากห้องน้ำ และเท่าที่ฉันจำได้พวกนั้นเป็นพวกแฟนคลับของไอ้บ้าสกายกับอีตายูโร ฉันได้แต่เดินถอยหลังไปจนเกือบจะติดกับประตู นี่มันหมายความว่ายังไงกัน
“คุย เรื่องอะไรกัน พวกเธอมีอะไรกันแน่”
“เธอไปทำอะไรเอาไว้ นึกไม่ออกหรือไง” เสียงผู้หญิงหนึ่งในสามคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำพูด พวกหล่อนยืนกอดอกมองฉันด้วยสายตาน่ารังเกียจสุดๆ
“ฉันไปทำอะไรให้พวกเธอ เรื่องที่ฉันเป็นคนของชมรมข้อมูลหรือไง”
“นั้นมันก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เธอ ถ้าวันนั้นเธอไม่มาด้วย สกายก็คงไม่เกลียดฉัน” พีชตะคอกใส่ฉัน ก่อนที่หล่อนจะเดินมาผลักไหล่ฉัน จนตัวฉันกระแทกกับประตู
“เหอะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถึงวันนั้นฉันไม่ได้ไป ยังไงสกายก็ไม่มีวันชอบเธอ” ฉันผลักไหล่ยัยพีชกลับ จนยัยนั้นเสไปข้างหลัง น่าขำชะมัด ยัยนี่คิดจะแก้แค้นฉันเพราะเรื่องงี่เง่าแบบนี้งั้นหรอ
“แล้วพวกเธอละ มีความแค้นอะไรกับฉันหรือเปล่า” ฉันหันไปถามผู้หญิงอีกสี่คนที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆ
“หึ แน่นอน พวกเราหมั่นไส้เธอมานานแล้ว ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมสกายกับอาจารย์ยูโรถึงต้องดีกับเธอคนเดียวด้วย” หนึ่งในสี่คนตอบคำถามฉันกลับมา ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมยัยพวกนี่ถึงได้หาเรื่องฉัน ด้วยเรื่องบ้าบอคอแตกแบบนี้
“ทั้งๆที่เขาดีกับเธอ เธอก็ยังกล้าเอาข้อมูลเขาไปขาย สมควรแล้วที่อาจารย์จะเกลียดเธอ”
“พวกเห็นแก่ตัว หากินบนความทุกข์ของชาวบ้าน อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าสกายรู้อีกคน เขายังจะสนใจเธออยู่รึเปล่า”
“ถ้าฉันมันเลว พวกเธอก็ไม่ต่างอะไรกับฉันหรอก พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอนหรือไง ว่าไม่ให้บ้าผู้ชาย” ฉันเม้มริมฝีปาก และมองหน้ายัยพวกบ้าที่ยืนล้อมฉันเอาไว้
“กรี๊ดดด แกกล้าด่าพวกฉันงั้นหรอ” หนึ่งในนั้นยกฝ่ามือขึ้นเตรียมจะตบฉัน แต่ก็ถูกมือยัยพีชกันเอาไว้ก่อน ทำไมกันนะ ทำไมยัยนี่ถึงไม่ปล่อยให้ฉันโดนตบละ
“ใจเย็นสิ รอเล่าให้จบ แล้วค่อยจัดการทีเดียวก็ได้” ยัยพีชแสยะยิ้มออกมาอีกครั้ง ยัยพวกนี้จะทำอะไรกันแน่
“หมายความว่าไง”
“เธออยากรู้ไหมละ ว่าใครเป็นคนแฉเธอ เรื่องที่เธอเป็นพวกชมรมข้อมูลอะไรนั้น” ยัยคนที่ตอนแรกจะยกมือตบฉันพวกด้วยน้ำเสียงสะใจสุดๆ
“พวกเธอ” ฉันชี้หน้ายัยพีชที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉัน พวกเพื่อนๆของยัยนี่ต่างพากันหัวเราะแบบสะใจสุดๆ
“ใช่ พวกฉันเอง พวกฉันหาเรื่องจะจัดการเธอมานานแล้ว จนพวกฉันมารู้ว่าเธอก็เป็นพวกเดียวกับไอ้ชมรมบ้าบอนั้น เราเลยหาข้อมูลทุกอย่างที่จะแฉเธอให้ได้” พอยัยคนที่ยืนอยู่ฝั่งซ้ายพูดจบ ยัยคนที่ยืนอยู่ฝั่งขวาก็พูดต่อ
“ทั้งรูปคนที่โดนพวกเธอสืบข้อมูล แต่มันก็ยังไม่พอ ยังดีที่โชคเข้าข้าง เพราะถ้าวันนั้นฉันไม่ได้เห็นเธอถือซองสีน้ำตาลที่มีตราเแบบเดียวกับที่ชุนถือไปแลกกับเงินล้วละก็ พวกฉันก็คงไม่มีหลักฐานสำคัญที่สุดหรอก ว่าเธอเป็นพวกชมรมบ้าบอนั้น”
“ที่แท้ก็เป็นพวกเธอนิเอง ที่ทำให้ฉันเดือดร้อน”
“แล้วที่เธอกล้าแม้กระทั่งเอาข้อมูลของอาจารย์มาขายละ มันไม่แย่กว่าหรือไง”
คำพูดเพียงคำเดียวของยัยพวกนี้ เล่นทำให้ฉันพูดไม่ออก ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นเข้ามาในโสตประสาทฉันอีกครั้ง ฉันได้แต่ก้มหน้าเม้มริมฝีปากตนเอง
“เหอะ รู้สึกผิดหรือไง อยากรู้อีกรึเปล่า ว่าใครเป็นคนเอาใบมีดไปไว้ในเก๊ะเธอ” ยัยพีชยังคงพูดต่อ แต่ฉันกลับไม่อยากจะโต้ตอบอะไรสักนิดเดียว
“ไม่โต้ตอบงั้นหรอ ทำไมไม่ปากดีแบบเมื่อกี้แล้วละ ตอนแรกพวกฉันกะจะทำให้เรื่องถึงหูพวกอาจารย์ซะหน่อย ถ้าอาจารย์หน้าหล่อคนนั้นไม่มาห้ามและฉีกกระดาษทิ้งไปซะก่อน แต่ก็ดี เพราะพวกฉันจะได้แก้แค้นเธอได้ถึงเนื้อถึงตัวเลยไง ”
ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะหันกลับไปตบยัยพวกนี้ แต่ตอนนี้ฉันกลับอยากจะอยู่นิ่งๆกับการกระทำของยัยพวกนี้ ตอนนี้ฉันไม่อยากจะทำอะไรเลย แม้แต่รับรู้ยังไม่อยากทำเลยด้วยซ้ำ
“ถ้าเธอไม่พูดอะไร พวกฉันก็ขอแก้แค้นเธอให้กับทุกคนหน่อยเถอะ” พูดจบยัยพีชก็ใช้ฝ่ามือมากระทบเข้ากับใบหน้าของฉันเต็มๆ หน้าของฉันหันไปตามแรงตบของฝ่ามือนั้น จนรู้สึกได้ว่าหน้าช้าไปเลยทีเดียว ยัยพวกนี้เรียงคิวกันตบหน้าฉันไปคนละทีจนครบทุกคน ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกได้แล้วว่ามีของเหลวคาวๆในปากของตัวเอง
ยิ่งไม่ตอบโต้ก็ยิ่งดูหมือนว่ายัยพวกนี้จะได้ใจ ยัยพวกนี้ทั้งตบทั้งตีฉันสารพัด จนตอนนี้แม้แต่แรงยืน ฉันยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ
“พวกฉันพอใจแล้วละ ปล่อยมันไปเถอะ” หนึ่งในกลุ่มแฟนคลับของสกายพูดขึ้น โดยมีเพื่อนที่อยู่ข้างๆพยักหน้าเห็นด้วยไปตามๆกัน
“ไม่ มันยังไม่พอ ฉันยังมีอะไรสนุกๆอีก” ยัยพีชแสยะยิ้มน่าเกลียดอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าหล่อนจะสั่งให้พวกเพื่อนๆ ลากตัวฉันที่ไม่มีเรี่ยวแรง มามัดไว้กับข้างอ่างล้างหน้า
“คืนนี้ขอให้สนุกนะจ้ะ ^-^+” ยัยพีชผลักหัวฉันไปกระแทกกับอ่างล้างหน้าอย่างจัง ให้ตายเหอะมันเจ็บยิ่งกว่าโดนท่อนเหล็กฟาดซะอีก
พวกยัยพีชเดินหัวเราะออกไปจากห้องน้ำแล้ว และฉันก็ได้ยินเสียงยัยพวกนั้นล็อคประตูมาจากด้านนอกด้วย วันนี้ฉันจะโดนขังอยู่ในนี้งั้นหรอ เรี่ยวแรงที่จะลุกก็ไม่มี ซ้ำยังโดนมัดแขนขาอีกต่างหาก ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ถ้าฉันไม่รับปากสกายมาทำงานนี้ ฉันก็คงไม่ต้องทำร้ายนาย ถ้าฉันไม่เอาข้อมูลนายมาทำแบบนี้ นายก็คงจะไม่โกรธฉันใช่มั้ย และยัยพวกนั้นคงไม่มีหลักฐานมาทำร้ายฉันด้วย บางทีหลายๆอย่างอาจจะเป็นเหตุผลพอ ที่ฉันสมควรจะโดนแล้วก็ได้ เพราะคงไม่มีใครอยากจะถูกกระทำแบบนี้แน่ๆ ยูโร ตอนนี้ฉันไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันอยากจะบอกนาย.......‘ฉันขอโทษ’ เพียงแค่คำเดียวเท่านั้นจริงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงแค่นึกถึงชื่อนี้ น้ำตามันต้องไหลออกมาด้วย

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ มีเพียงแค่แสงแดดเพียงน้อยนิดที่ลอดเข้ามาจากช่องหน้าต่าง ที่สามารถบอกได้ว่าเวลานี้เริ่มมืดแล้ว ฉันเอนตัวพิงกับขอบอ่างล้างหน้า ก่อนจะค่อยๆหลับตาลง แม่ พี่คุกกี้ ยูโร สกาย ใครก็ได้พาฉันออกไปจากที่นี่ที........
<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
มาอัพตอนเก่าครบแร้วนะ่ค่ะ แต่จะพยายามมาลงตอนใหม่วันศุกร์ให้ได้
(ยืดเปนหนังสติ๊กเลยชั้น =[]=) อ่านแล้วเม้นๆกันมั้งนะค่ะ

RenMiD

จำนวนข้อความ : 19
Join date : 29/03/2010
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Seeking to love สืบค้น หารัก มัดใจนายสุดหล่อ บทที่ 12

ตั้งหัวข้อ  PooJa on Wed Apr 21 2010, 21:19

วันศุกร์หรอคะ งืมๆๆจะติดตามอ่าาลงต่อให้จบนะค้ะะะะะ >O< Wink

PooJa
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Seeking to love สืบค้น หารัก มัดใจนายสุดหล่อ บทที่ 12

ตั้งหัวข้อ  RenMiD on Fri Apr 23 2010, 20:12

PooJa พิมพ์ว่า:วันศุกร์หรอคะ งืมๆๆจะติดตามอ่าาลงต่อให้จบนะค้ะะะะะ >O< Wink
ขอเลื่อนอีกแปปนะค่ะ ได้แล้ว 70% แต่คือกำลังงงกับความรู้สึกของตัวละคร อีกอย่างตอนนี้รีบมากจนเหมือน
จะเร่งเรื่องให้เรวไปด้วย ยังไงก็อาทิตย์นี้แน่นอนค่ะ ยังไงก็ขอบคุนที่ติดตามนะค่ะ

RenMiD

จำนวนข้อความ : 19
Join date : 29/03/2010
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ